เรื่องของลิขสิทธิ์ และการคัดลอกข้อมูล(ของผู้อื่น)มาใช้
คนไทยมักจะคัดลอกข้อมูลของผู้อื่น โดยไม่คำนึงถึงเรื่องลิขสิทธ์ทางความคิดของผู้เป็นเจ้าของ ดังนั้น หากเราร่วมกันมีจิตสำนึกที่ดี ย่อมสร้างสังคมที่สวยงามได้ครับ
ก่อนอื่นผมต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่นักกฏหมายแต่อย่างใด บทความนี้ถูกเขียนขึ้นมาด้วยสามัญสำนึกและหลักการเล็กน้อยที่พอจะทราบ+ประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อถ่ายทอดให้ทุกท่านทราบว่าสิ่งใดเหมาะสม ไม่เหมาะสมในการนำข้อมูลของผู้อื่นมาใช้
บทความนี้เริ่มต้นจากผมได้ไปเห็นเว็บที่นึง ที่ในบอร์ดของเวบนั้นมีบทความนำมาลงอยู่เท่าที่ผมอ่านแล้วสิ่งนึงที่แน่ชัดเลยคือเขา Copy มาจากที่อื่น(อ่านจากภาษาที่ใช้) และมีการดัดแปลงลักษณะเล็กน้อย(แต่เนื้อหายังคงเดิม) ผมก็มองหาว่าเค้า Copy มาจากที่ใหน แต่ไม่มีครับ เค้าไม่ได้ระบุว่านำมาจากที่ใด----- การกระทำแบบนี้เรียกว่า อ้างตัวเองเป็นเจ้าของสิทธิ์ เพราะในการออกความเห็นที่บอร์ดใดๆ ถ้าไม่มีแหล่งที่มาของข้อมูล ก็จะถือว่า คนที่โพสต์นั้นคือเจ้าของข้อมูลครับ
เราลองมานั่งคิดกันง่ายๆครับ ใครที่เคยเขียนบทความ จะรู้ว่าใช้เวลาไปไม่น้อยในกว่าที่บทความของตัวเองจะเสร็จแต่กลับมีอีกคนนึงลอกใส่เวบตัวเอง หรือไปโพสต์ เหมือนตนเองเขียนเอง ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน54 วินาที แต่ในมุมมองของคนอ่านที่ไม่รู้ว่า copy มาก็จะรู้สึกว่า 2 คนนี้เก่งเท่ากัน!!!
อยากให้ลองคิดดูบ้างครับ ว่าถ้าเราเขียนบทความใหม่ขึ้นมาชิ้นนึง ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ ยังไม่มีที่ใหนแต่กลับถูกใครไม่รู้ ลอกไป แล้วเขา ก็ทำให้มันมีมูลค่ามีชื่อเสียง โดยที่คุณ(คนเขียน)ไม่ได้รับอะไรเลย แม้แต่ลิขสิทธิ์ของข้อมูลคุณจะรู้สึกอย่างไรครับ
อาจารย์ของผมเคยบอกว่า เรื่องนี้ในต่างประเทศเค้าถือมากๆ ในเรื่องลิขสิทธิ์ของข้อมูลต่างๆเนี่ย ในต่างประเทศมีการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ กันอย่างมากมายในทุกๆปี ดังนั้น ในการทำรายงาน ,งานวิจัย,บทความ จึงจะต้องมีในส่วนของ "อ้างอิง" ความรู้ที่นำมาใช้ด้วยโดยมีจุดประสงค์ดังนี้
1.เพื่อให้ทราบว่า ความรู้นั้นมีอยู่แล้ว สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้
2.เพื่อให้รู้ว่าความรู้ที่นำมาใช้นั้น มีความน่าเชื่อถือเพียงใด
3.เพื่อให้สามารถแยกได้ว่า สิ่งใดคือความรู้ใหม่ สิ่งใดคือความรู้เดิม
4.จะทำให้มีผลต่อเครดิตผู้เขียนบทความนั้นๆ
5.สามารถอ้างอิงถึงความถูกต้องของบทความนั้นๆ
6.ความรับผิบชอบของผู้เขียนบทความนั้นๆ
ซึ่งในข้อ4และข้อ6 นี้ คนไทยเรายังด้อยพัฒนาทางความคิดอยู่มากครับ ยกตัวอย่าง
นาย ก ลอกบทความ การดัดแปลงคอมพิวเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพจากนาย ข แต่ไม่ลงข้อความบอกว่า ลอกมาจากนาย ข เท่ากับว่าตอนนี้ผู้อ่านเข้าใจว่า นาย ก เป็นคนคิด ก็ต้องคิดแล้วว่านาย ก เก่ง แต่ต่อมา เกิดนาย ค ทำตามบทความที่นาย ก copy มา แล้ว เกิดปัญหากับคอมพ์ของนาย ค ซึ่งไม่มีทางแก้ไขได้ นาย ค ก็ต้องกลับไปทวงถามความรับผิดชอบจากนาย ก แต่ตอนนี้ล่ะครับ ที่นาย ก จะออกมาแสดงตนว่าบทความทั้งหมดเป็นของนาย ข ให้ทวงถามที่นาย ข เอง
-----------ตัวอย่างนี้ล่ะครับ คือคนไทย รับผิดไม่เอา จะเอาแต่ชอบครับ ยังมีความรับผิดชอบต่ำประเทศไทยถึงได้เจริญช้า คิดเองไม่ได้ ได้แต่ลอกเค้ามาอย่างแนบเนียน(จริงมะ) แต่ถ้าเราร่วมใจกันสักนิดนึง แค่ให้เครดิตว่านำมาจากที่ใหน เพียงเท่านี้ มันก็เป็นกำลังใจให้กับคนที่คิดบทความดีๆแล้วล่ะครับ เพื่อที่เราจะได้มีบทความดีๆมาพัฒนาคนไทยกันเรื่อยๆ ช่วยกันพัฒนาสังคมการแลกเปลี่ยนข้อมูลครับ
แค่บรรทัดเดียวมันคงไม่ยากเกินไปนะครับ
ป.ล. บทความนี้คัดลอกมาอย่างถูกต้องจาก www.meewebfree.com
ป.ล.2บทความนี้ ไม่ได้มีการพาดพิงถึงใครแต่อย่างใด เพียงแต่อยากเป็นคนนึงที่ช่วยสร้าง จิตสำนึกดีให้กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังทำเว็บเท่านั้นครับ ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใด
Keyword : คัดลอกบทความ,content,ลิขสิทธ์,ข้อมูล
|